วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2550
|
โหลด Bit - Torrent ได้ โดนไม่ต้องเปิดคอมทิ้งไว้ (ช่วยชาติประหยัดไฟ) อิอิ...ผมติด ADSL เพื่อโหลดบิตโดยเฉพาะ แล้วคุณล่ะ? คุณรู้สึกบ้างไหมว่าใช้ ADSL ไม่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไปเสียเลย เดือนละตั้งเกือบพันบาท? แล้วจะทำอย่างไรเล่า? คำตอบสมัยนี้ก็คือ โหลดบิตทอร์เร้น ครับผม ในปัจจุบันการโหลดบิตดูเหมือนจะเป็นพื้นฐานของคนที่ติด ADSL ไปแล้ว บางคนเล่นแบบเล่นๆก็คือเปิดคอมโหลดเฉพาะไฟล์ที่ต้องการ พอโหลดเสร็จก็ปิด บางคนเล่นแบบจริงจังคือไปเช่าโคโล โหลดกระหน่ำด้วยความเร็วสูง กรณีที่คุณไปเช่าโคโล ไฟล์ทั้งหมดที่คุณโหลดมันก็จะอยู่ในเครื่อง server ที่ตึกกสท. ใช่มั้ยครับ? เวลาที่คุณต้องการเอาไฟล์ที่อยู่ในโคโลกลับมาที่บ้านก็มีอยู่ 2 วิธี 1. ถอด HDD ไปจัมป์เพื่อดึงข้อมูลที่ตึกกสท. วิธีนี้รวดเร็ว และสะดวกสำหรับผู้ที่พร้อมจะเดินทาง 2. โหลดไฟล์จากโคโลกลับบ้านด้วยเน็ต ADSL ความเร็วตามที่คุณสมัครไว้ ซึ่งวิธีนี้ช้าแต่ไม่ต้องเดินทาง เหมาะสำหรับคนบ้านไกล ถ้าคุณใช้วิธีที่ 1 อยู่ คุณก็ปิดหน้านี้ไปได้เลย เพราะมันคงไม่มีประโยชน์กับคุณ แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นคุณลองอ่านแนวคิดของผม เผื่อจะเป็น Idea ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผมเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานจันทร์-เสาร์ ออกจากบ้าน 6 โมงเช้า กลับถึงบ้าน 1 ทุ่ม ผมมีเวลาส่วนตัวแค่ 1 ทุ่ม-5ทุ่ม (4 ชม.) ผมต้องใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลประกอบการทำงาน และเพื่อติดตามข่าวสาร หาข้อมูลทั่วไป ไอ้ครั้นที่จะใช้เน็ตแบบชั่วโมง ก็ช้า หลุดบ่อย เสียค่าโทรศัพท์ บางทีก็ต่อยาก เดือนๆนึงรวมๆแล้วก็เสียเงินหลายร้อยบาทอยู่ ผมก็เลยตัดสินใจติด ADSL เพื่อที่จะสะดวก รวดเร็ว แต่ก็ต้องยอมจ่ายแพงหน่อย ผมรู้สึกว่า 1 เดือนผมต้องจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตเดือนละ 6 ร้อยกว่าบาท ปีนึงก็ 7 พันกว่าบาทแล้ว แต่ช่างใช้งานได้ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย หลังจากที่ผมเข้าสู่วงโคจรของดาวหางบิต (Bitcomet) ผมก็ค้นพบวิธีการที่จะทำให้ใช้ ADSL ได้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แต่แล้วบนความหอมหวานก็แฝงมาด้วยยาพิษ เพราะแทนที่ผมจะจ่ายแค่ 6 ร้อยกว่าบาทต่อเดือน ผมต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มอีกเดือนละ 5 ร้อยกว่าบาท รวมแล้วตอนนี้จ่ายหนักกว่าเดิมอีก รวมแล้วต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกเดือนละพันบาท เพราะผมเปิดโหลดบิตตั้งแต่กลับถึงบ้าน ปิดเครื่องอีกทีก็ก่อนจะออกไปทำงาน วันหยุดก็จะเปิดทั้งวันทั้งคืน ทีนี้ผมก็เริ่มกลับมาคิดถึงความคุ้มค่าอีกครั้งแล้ว ทำไมเราถึงจะใช้ให้คุ้มค่ากว่านี้ หรือว่าเราจะประหยัดกว่านี้ ครั้นจะยกเลิก ADSL ก็ชินกับความเร็วระดับนี้แล้ว แถมติดบิตอีกตะหาก วันก่อนเปิดเวบนึงไปเจอเขาแนะนำอุปกรณ์ตัวนี้ ASUS WL-500g Premium ซึ่งจั่วหัวไว้ว่าดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องเปิดคอม เกิดความสนใจอย่างแรง ก็เลยไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้มาดังนี้ มากกว่าการเป็นเร้าเตอร์ ดาวน์โหลดได้ตลอดเวลาแม้ปิดคอมพิวเตอร์หรือหลุดการเชื่อมต่อ Wireless Router พร้อม Media Server และเอาใจนักดาวน์โหลด คุณสมบัติ - 125 High-Speed Mode - เพิ่มความรวดเร็วในการรับส่งสัญญาณมาตรฐาน IEEE 802.11g มากถึง 300% - รองรับการทำงานกับ WL-169gE, WL-138gE และ WL-100gE - คุณสมบัติ EZsetup ให้การติดตั้งและการตั้งค่าเป็นเรื่องง่าย - มั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย 64/128 bit WEP, WPA/WPA2/WPA-PSK/WPA2-PSK เอาใจนักดาวน์โหลดด้วยคุณสมบัติ Download Master เทคโนโลยีที่ช่วยในการดาวน์โหลดจาก ASUS wireless solution ที่มอบความสะดวกสบายและยืดหยุ่นในการดาวน์โหลดด้วยคุณสมบัติ wireless storage center ให้คุณเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอกผ่านพอร์ต USB 2.0แค่นี้ก็สามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ข้อมูลจาก http://www.comseven.com/asusnetworking/wl-500g_premium.php --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ข้อดีสำหรับตัวผม [*]ดาวน์โหลด-อัพโหลดไฟล์ได้ตลอดเวลาที่ต่อเน็ตโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ประหยัดไฟ [*]ต่อกับกล้องเวบแคมธรรมดาเพื่อใช้เป็น IP Cam ได้ สามารถดูกล้องที่ติดไว้ที่บ้านตัวเองได้จากทั่วโลก แถมมีระบบ alert เมื่อภาพเคลื่อนไหวด้วยนะ ติดไว้กันขโมยได้เลย [*]ต่อกับ HDD เพื่อทำเป็น Media Center เก็บหนังเก็บเพลงไว้ที่เดียว ใครอยากเปิดก็ stream ไปดู-ฟังได้เลย ทั้งแบบมีสายและไร้สาย [*]ต่อกับ Printer ทำเป็น Printer server ได้ โดยไม่ต้องเปิดคอมทิ้งไว้ สามารถสั่งพิมพ์ได้จากทุกเครื่องใน LAN [*]ทำเป็น web server ติดตั้ง apache, mySql ได้เลย โดยไม่ต้องพึ่ง PC อีกต่อไป [*]ห้องไม่ร้อน เสียงเงียบเพราะไม่มีพัดลม(ไม่ต้องทนฟังเสียงพัดลม CPU อีกต่อไป) รูปทรงทันสมัย มันประหยัดไฟได้แค่ไหนเชียว? [*]ตัวเครื่อง ASUS กินไฟสูงสุด 12.5W โมเด็มกินไฟ 9W HDD กินไฟ 15W รวมแล้วกินไฟ 36.5W/hr. : ถ้าเปิด 24 ชม./วันจะกินไฟ 876W : ถ้าเปิด 30 วันจะกินไฟ 26.28 kW หรือ 26.28 หน่วย : ถ้าเปิด 1 ปีจะกินไฟ 319.74 หน่วย ถ้าคิดค่าไฟหน่วยละ 4 บาท จะเสียเงิน 1278.96 บาท [*]ในกรณีที่เป็นคอมพิวเตอร์ คอมกินไฟ 200W (นี่ยังไม่รวมจอนะเนี่ย และคิดค่าที่น้อยที่สุด) โมเด็มกินไฟ 9W รวม 209W/hr :ถ้าเปิด 24 ชม./วัน จะกินไฟ 5016W หรือ 5.016 หน่วย :ถ้าเปิด 30 วัน จะกินไฟ 150.48 หน่วย :ถ้าเปิด 1 ปี จะกินไฟ 1830.84 หน่วย ถ้าคิดค่าไฟหน่วยละ 4 บาท จะเสียเงิน 7323.36 บาท โดยถ้าใช้ router ตัวนี้จะประหยัดเงินไปถึง 6044.4 บาท 6 พันบาทเชียวนะคุณ ประสิทธิภาพในการดาวน์โหลด คิดที่ของผมใช้เน็ตปลาฉลาม 1024Kbps จะโหลดได้ 128KB/s (อัตราในฝัน) แต่จากการทดสอบแล้วจะโหลดได้ประมาณ 110 KB/s เท่านั้น (นี่กะดูดอย่างเดียวไม่ปล่อยเลย หุหุ ไม่ดีๆ) : 1 นาที โหลดได้ 6.44 MB : 1 ชม. โหลดได้ 386 MB : 24 ชม. โหลดได้ 9.04 GB วันนึงคุณก็ได้หนัง DVD มาดูเกือบ 2 เรื่องแล้ว : 30 วัน โหลดได้ 271GB ซื้อคอมพิวเตอร์ดีกว่า ทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ พูดอย่างนั้นก็ถูกครับ เพราะคอมมันทำได้ทุกอย่างแหล่ะ ทั้งโหลดบิต ทั้ง Print Server ทั้ง IP Cam แถม write แผ่นได้อีกตะหาก ทำได้เหนือกว่า router ตัวนี้ทุกอย่าง แต่ราคาค่าตัวมันก็ไม่ได้ถูกนะครับ อย่างถ้าเป็นของใหม่ก็คงเฉียดหมื่น ถ้าเป็นของมือสองก็ 2-3 พัน ก็ลองชั่งใจดู แล้วอย่าลืมค่าไฟนะครับ ใช้โคโลดีกว่า ผมก็ยังไม่เคยใช้โคโลเหมือนกัน เลยไม่ค่อยรู้อะไรมาก แต่คิดว่ายังไงคุณก็ต้องโหลดไฟล์ที่อยู่ในโคโลกลับเข้ามาที่บ้านคุณอยู่ดี มันก็ได้ความเร็วสูงสุดเท่าเน็ตของคุณ (เว้นแต่ว่าคุณจะถอด HDD ไปจัมป์ที่กสท. แต่ถ้าบ้านอยู่ไกลล่ะ ทำไง) แทนที่คุณจะต้องมานั่งเปิดคอม FTP กลับมา สู้ใช้ router ตัวนี้ FTP กลับมาไม่ดีกว่าหรือ โดย router ตัวนี้โหลดไฟล์ได้ทั้ง torrent, http และ FTP ราคาค่อนข้างแพง แน่นอนครับ ผมตัดสินใจมาตั้ง 2-3 เดือนแล้วกว่าจะกัดฟันกู้เงินมาซื้อเนี่ย แต่คิดแล้วว่ามันคุ้มครับ แต่ว่าถ้าคุณคิดจะซื้อ router ดีๆสักตัว (ขอเน้นว่าดีๆ) ราคามันยังแพงกว่าตัวนี้เลยครับ อย่างตัวเก่าของผมเป็น WRT54GL ซึ่งสุดยอดแล้วสำหรับผม ผมยังซื้อมาตั้ง 2 พันกว่าบาทแน่ะ ราคาที่ผมซื้อ WL-500 มา 3700 บาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผลการทดสอบนะครับ ได้ลองโหลดไฟล์ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่(>4GB) *ผ่านทุกไฟล์ครับ ไม่มีไฟล์เสีย *โหลดเสร็จมันก็ seed ต่อให้ *สามารถตั้งได้ว่าจะให้ปล่อยต่ออีกกี่วัน หรือปล่อยจนถึง ratio เท่าไร *กำหนด bandwidth ได้ว่าแต่ละงานจะโหลดเท่าไร *โหลดหลายงานพร้อมกันได้ โดยมีระบบคิว ซึ่งเมื่อว่างก็จะไปดึงงานในคิวมาโหลดต่อ เราก็มีหน้าที่เอาไฟล์ .torrent ที่ต้องการไปใส่ไว้ในคิวเท่านั้นเอง *ทำ Qos ได้ ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาเปิดคอมเล่นเวบไปพร้อมกับโหลดบิตจาก router กำหนด bandwidth ของแต่ละ protocol ได้ *ระบบปฏิบัติการของ router เป็น linux ครับ สามารถโหลดโปรแกรมอะไรต่อมิอะไรมาใส่ได้ เขียนโปรแกรมเพิ่มก็ได้ (แต่ผมไม่เป็นสักอย่าง หุหุ) -------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีแบบอื่นอีกมั้ยล่ะ? สำหรับข้อมูลที่ผมมีนะครับ ถ้าเป็นเครื่องที่ขายในไทย จะมีอีกแบบนึง ของบริษัท inax ครับ มีชื่อว่า BT-Box ครับ http://www.inax.co.th/Inax/bt-box.aspx เค้าจะว่ามั้ยเนี่ย ยังไม่ซื้อเขาเลย เอามาวิจารณ์ซะแล้ว ซึ่งจากที่ได้ดูคุณสมบัติแล้ว มีความใกล้เคียงกันมาก แต่มีข้อด้อยกว่าเครื่อง WL-500G Premium คือ - ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็น Router - ไม่มี Wi-Fi - ต่อ Web Cam ไม่ได้ - ทำ Print Server ไม่ได้ - ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ WL-500g ส่วนของนอกก็มีอยู่หลายๆยี่ห้อนะครับ แต่ก็ไม่ได้นำเข้ามาขายในไทย ถ้าสนใจลองดูจาก Link ด้านล่างนะครับ http://www.procare.com.tw/idd35.asp?prod_id=137 <-- ตัวนี้เห็นว่าราคาประมาณ 3 พันบาท http://www.planex.co.jp/product/router/brc-14vg-bt/ <-- ตัวนี้เห็นว่าราคา 24801 เยน ยังไงก็ช่วยชาติประหยัดไฟกันนะครับ |
วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554
โหลด Bit - Torrent ได้ โดนไม่ต้องเปิดคอมทิ้งไว้ (ช่วยชาติประหยัดไฟ) อิอิ...
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น