วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

ช่วงนี้ของกินขึ้นราคา ---- ข่าวเกษตรจากสื่อญี่ปุ่น ในรอบสัปดาห์ ที่ 31-32/2553


ข่าวเกษตรจากสื่อญี่ปุ่น ในรอบสัปดาห์ ที่ 31-32/2553

 summary_thumb_thumb
1. MAFF จะปรับปรุงรายการสารเคมีอันตราย
2. ราคาข้าวผลิตในปี 2552 ตกต่ำ
3. MAFF จะตั้งระบบประกันรายได้ของผู้ผลิตข้าว
4. ราคาขายปลีกผักสูงขึ้นร้อยละ 20 - 30
5. งาน Agri Food Expo Tokyo 2010
6. MAFF จะไม่ซื้อข้าวที่ผลิตในปี 2552
7. ALIC บังคับใช้ New Marukin Project ต่อโคขุนทุกประเภท
8. สินค้าปศุสัตว์ผลิตในญี่ปุ่นขายผ่านตลาดขายส่งลดลง
9. อัตราการพึงพาตนเองด้านอาหารลดลงเป็นร้อยละ 40
10. ปริมาณการผลิตเบียร์ของเอเชียมีปริมาณมากที่สุดในโลก
11. อุตสาหกรรมปศุสัตว์มิยาซากิสูญเสีย 140,000 ล้านเยน
12. อัตราการพึ่งพาตนเองด้านธัญพืชของญี่ปุ่นร้อยละ 28
13. ประชาชนสนใจเรื่องสารเคมีทางการเกษตรและอาหาร ร้อยละ 60
14. MAFF สนับสนุนร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศให้นำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่น
15. ปริมาณจำหน่ายผักผลไม้นำเข้า ณ ตลาดกลางกรุงโตเกียว ก.ค. 53
1. MAFF จะปรับปรุงรายการสารเคมีอันตราย (3 สิงหาคม 2553 หน้า 2)
              เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) ได้จัดการประชุมพิจารณา  การควบคุมความเสี่ยงเพื่อสร้างความปลอดภัยอาหาร โดยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเรื่อง การปรับปรุงรายการสารเคมีอันตรายที่ควรจะให้ความสำคัญในการควบคุมความเสี่ยง และได้หารือเรื่องแผนการตรวจสารเคมีระยะกลางที่จะดำเนินการในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554
2. ราคาข้าวผลิตในปี 2552 ตกต่ำ (3 กรกฎาคม 2553 หน้า 1)
จากการสำรวจโดยกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) พบว่า ราคาที่องค์กรผู้ผลิตขายให้แก่ผู้ประกอบการขายส่งข้าว ของข้าวที่ผลิตในปี 2552 (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2553) อยู่ในระดับต่ำที่สุดในประวัติการณ์ โดยมีราคาเฉลี่ย 14,120 เยน/60 กก. (รวมค่าขนส่ง/ค่าห่อบรรจุ/และภาษี) และมีความเป็นไปได้ที่ราคาข้าวที่ผลิตในปี 2552 จะลดลงอย่างต่อเนื่อง
3. MAFF จะตั้งระบบประกันรายได้ของผู้ผลิตขาว (4 สิงหาคม 2553 หน้า 1)
              เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) เปิดเผยว่าเริ่มพิจารณาการจัดตั้งระบบประกันรายได้ของเกษตรกรผู้ผลิตข้าว ซึ่งจะชดเชยรายได้ที่ลดลงจากราคาตกต่ำหรือภัยพิบัติ ปัจจุบันมี 3มาตรการเกี่ยวกับการชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตข้าว ได้แก่ มาตรการลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง (Narashi Taisaku) ประกันภัยข้าว และระบบชดเชยรายได้เกษตรกร MAFF ประสงค์จะจัดตั้งระบบประกันรายได้ของผู้ผลิตข้าวโดยยกเลิกมาตรการลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ซึ่งจะรวมในส่วนFloating Rate ของระบบชดเชยรายได้เกษตรกร และหลังจากดำเนินการไปแล้วระยะหนึ่ง ระบบประกันรายได้จะรวมกับระบบประกันภัยข้าวด้วย เพื่อไม่ให้มาตรการทั้งสามซ้ำซ้อน และสร้างความมั่นคงกิจการด้านเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ
 agri31-32-1 
4. ราคาขายปลีกผักสูงขึ้นร้อยละ 20 - 30 (4 สิงหาคม 2553 หน้า 7)
              เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) เปิดเผยผลการสำรวจราคาขายปลีกผัก (ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2553) พบว่า ราคาขายปลีกผักสูงขึ้นร้อยละ 20 - 30 เมื่อเทียบกับราคาปีปกติ (ราคาเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา) จำแนกตามสินค้า มันฝรั่งสูงขึ้นร้อยละ 37 ผักกาดหอม (Lettuce) และมะเขือเทศสูงขึ้นร้อยละ 31 ต้นหอมสูงขึ้นร้อยละ 27 สำหรับราคาเฉลี่ย มันฝรั่ง 386 เยน/กก. ผักกาดหอม 369 เยน/กก. ต้นหอม 925 เยน/กก. เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาผักกาดหอมสูงขึ้นร้อยละ 15 มะเขือเทศสูงขึ้น ร้อยละ 14 ต้นหอมสูงขึ้นร้อยละ 2 ส่วนราคาแตงกวาและมะเขือลดลงเล็กน้อย
5. งาน Agri Food Expo Tokyo 2010 (5 สิงหาคม 2553 หน้า 9)
               Japan Finance Corporation (JFC) ได้จัดงาน Agri Food Expo Tokyo 2010 ณ กรุงโตเกียวระหว่างวันที่ 3 - 4 สิงหาคม 2553 ในคูหาของ Japan External Trade Organization (JETRO) ผู้เกี่ยวข้องภาคเกษตรญี่ปุ่นได้เจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อจากต่างประเทศ 15 ประเทศ/ 25 บริษัท
บริษัท Daisho (Thailand) Co., Ltd. ผู้นำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นรายใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งนำเข้าสินค้าประมงจากญี่ปุ่นและจำหน่ายต่อให้แก่ร้านอาหารในประเทศไทย และนำเข้าสินค้าเกษตร เช่น      
แอปเปิ้ล และสาลี่เป็นต้น เพื่อจำหน่ายต่อให้แก่ผู้ประกอบการร้านขายปลีก เช่น ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น เจ้าหน้าที่บริษัท Daisho (Thailand) Co., Ltd. กล่าวว่าประเทศไทยมีความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่นมาก เนื่องจากมีร้านอาหารญี่ปุ่นในกรงเทพฯ 900 กว่าร้าน และต้องการจะเพิ่มการนำเข้าอาหารแปรรูป เช่น น้ำแอปเปิ้ล เป็นต้น
6. MAFF จะไม่ซื้อข้าวที่ผลิตในปี 2552 เพิ่มเติม (6 สิงหาคม 2553 หน้า 3)
           เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) ตัดสินว่า รัฐบาลจะไม่ซื้อข้าวที่ผลิตในปี 2552 เพิ่มเติม* แม้ว่าผู้ผลิตจะร้องขอให้รัฐบาลจัดซื้อข้าวที่ผลิตในปี 2552 โดยด่วน แต่เนื่องจากสภาพคล่องทางการขายข้าวต่างกันขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตข้าว หากรัฐบาลซื้อข้าวปี 2552 ที่เหลือ จะเกิดความไม่ยุติธรรม คาดว่าผู้ผลิตและองค์กรด้านการเกษตรจะท้อแท้ เนื่องจากข้าวของปี 2552 ที่เหลือ จะส่งผลให้ราคาผลผลิตปี 2553 ตกต่ำ
*หมายเหตุ: MAFF ได้จัดซื้อข้าวผลิตในปี 2552 ปริมาณ 160,000 ตันเป็นข้าวสำรองของรัฐบาลระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 - กุมภาพันธ์ 2553 (รายละเอียดเปิดเผยในฉบับวันที่ 2 กันยายน 2553)
7. ALIC บังคับใช้ New Marukin Project ต่อโคขุนทุกประเภท (7 สิงหาคม 2553 หน้า 6)
              เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 Agriculture & Livestock Industries Corporation (ALIC) เปิดเผยว่าจะบังคับใช้โครงการพิเศษเพื่อสร้างความมั่นคงให้กิจการเลี้ยงโคขุน (New Marukin Project) ในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2553 โดยบังคับใช้ต่อโคขุนทุกประเภทอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 23 เดือน (เป็นการบังคับใช้โครงการ Marukin Project โครงการเดิม และโครงการ New Marukin Project) New Marukin Project จะชดเชยร้อยละ 80 ในส่วนขาดทุนระหว่างต้นทุนการผลิต (ค่าแรงของครอบครัว + ค่าวัสดุอุปกรณ์การผลิต: ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ) และรายได้จากโคเนื้อ 1 ตัว สำหรับพันธุ์โคเนื้อและพันธุ์ผสม แม้ว่ามีส่วนขาดทุน แต่รายได้เพิ่มขึ้นเล็เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนการผลิต (ราคาลูกโคเนื้อและค่าอาหาร) ลดลง ส่วนรายได้จาก การผลิตโคขุนของพันธุ์โคนมลดง เนื่องจากราคาจำหน่ายตกต่ำมาก
agri31-32-2 
สำหรับผู้ผลิตในจังหวัดมิยาซากิ ซึ่งประสบปัญหาการระบาดโรคปากและเท้าเปื่อยในไตรมาสนี้ ได้กำหนดเงินชดเชยพิเศษต่างหาก สำหรับพันธุ์โคเนื้อ 46,200 เยน พันธุ์ผสม 37,000 เยน และพันธุ์โคนม 55,900 เยน รัฐบาลจะใช้วิธีการคำนวณพิเศษต่างหากสำหรับผู้ผลิตในจังหวัดมิยาซากิใน New Marukin Project จนถึงเดือนกันยายน 2553
8. สินค้าปศุสัตว์ผลิตในญี่ปุ่นขายผ่านตลาดขายส่งลดลง (8 สิงหาคม 2553 หน้า 2)
              เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) เปิดเผยผลการสำรวจกิจการของอุตสาหกรรมอาหารของปีงบประมาณ 2551 พบว่า  อัตราการจัดซื้อวัตถุดิบจากตลาดขายส่งโดยตรงของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ผ่านตลาดขายส่งลดลงเช่นเดียวกับสินค้าผักผลไม้
อุตสาหกรรมอาหารซื้อเนื้อสุกร ปริมาณ 956,000 ตัน และอัตราการซื้อเนื้อสุกรผ่านตลาดขายส่งของทั้งผู้ประกอบการผลิตอาหาร ผู้ประกอบการขายปลีกอาหาร และผู้ประกอบการร้านอาหาร ต่ำกว่าร้อยละ 10  ส่วนเนื้อโค อุตสาหกรรมอาหารซื้อโคเนื้อปริมาณ 401,000 ตัน และอัตราการซื้อเนื้อโคผ่านตลาดขายส่งของทั้งผู้ประกอบการผลิตอาหาร ผู้ประกอบการขายปลีกอาหาร และผู้ประกอบการร้านอาหารต่ำกว่าร้อยละ 20
ในขณะที่สินค้าปศุสัตว์ที่ถูกซื้อจากแหล่งผลิตโดยตรงและสินค้าปศุสัตว์ที่ซื้อจากผู้ประกอบการขายส่งนอกตลาดขายส่งเพิ่มขึ้นแทน ผู้ประกอบการผลิตอาหารที่จัดซื้อเนื้อสุกรและเนื้อโคจากแหล่งผลิตโดยตรงมีมากกว่าร้อยละ 60 ส่วนผู้ประกอบการขายปลีกอาหารและผู้ประกอบการร้านอาหารที่ซื้อสินค้าปศุสัตว์จากผู้ประกอบการขายส่งนอกตลาดขายส่งมาก คิดเป็นร้อยละ 65
สัดส่วนการจัดซื้อสินค้าปศุสัตว์ที่ผลิตในญี่ปุ่นต่อสินค้าปศุสัตว์นำเข้า ผู้ประกอบการขายปลีกอาหารซื้อเนื้อสุกรญี่ปุ่นร้อยละ 83 และซื้อเนื้อโคญี่ปุ่นร้อยละ 76 ส่วนผู้ประกอบการร้านอาหารซื้อเนื้อสุกรญี่ปุ่นร้อยละ 68 เพิ่มขึ้น 1 จุด (point) เมื่อเทียบกับผลการสำรวจรอบที่ผ่านมา และซื้อเนื้อโคญี่ปุ่นร้อยละ 66 เพิ่มขึ้น 12 จุด (point)  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารมีแนวโน้มใช้สินค้าปศุสัตว์ที่ผลิตในประเทศมากขึ้น แทนสินค้าปศุสัตว์นำเข้า
* หมายเหตุ: จุด (point) คือส่วนต่างระหว่างปี 47 - 51
 agri31-32-3
 9. อัตราการพึงพาตนเองด้านอาหารลดลงเป็นร้อยละ 40 (11 สิงหาคม 2553 หน้า 1 และ 3)
            เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) เปิดเผยว่าอัตราการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร (คำนวณตาม Calorie) ของปีงบประมาณ 2552 ลดลงเป็นร้อยละ 40 ลดลง 1 point ซึ่งไม่ได้ลดลงมา 3 ปี โดยได้รับผลกระทบจากผลผลิตขาวสาลี หัวบีท อ้อยลดลง เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี และได้รับผลกระทบจากการบริโภคข้าวลดลงด้วย เนื่องจากราคาข้าวสาลีนำเข้าลดลง
              ส่วนอัตราการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร (คำนวณตามมูลค่าการผลิต) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70 เพิ่มขึ้น 5 point   เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรนำเข้าตกต่ำ
agri31-32-4 
10. ปริมาณการผลิตเบียร์ของเอเชียมีปริมาณมากที่สุดในโลก (11 สิงหาคม 2553 หน้า 7)
              เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 Kirin Institute of Food and Lifestyle เปิดเผยผลการสำรวจ พบว่า ปริมาณการผลิตเบียร์ของเอเชียในปี 2552 มีปริมาณมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผลิตมากกว่าสหภาพยุโรป เนื่องจากการบริโภคเบียร์ในประเทศเอเชีย เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น เพิ่มขึ้น     ในขณะที่ ปริมาณการผลิตเบียร์ของญี่ปุ่นลดลงอย่างต่อเนื่องมา 5 ปี
              จากผลการสำรวจ การผลิตเบียร์ของโลกในปี 2552 มีปริมาณประมาณ 181 ล้านกิโลลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมา 25 ปี จำแนกตามภูมิภาค เอเชียผลิต 58.68 ล้านกิโลลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 โดยมีส่วนแบ่งตลาดโลกร้อยละ 32.4 และ สหภาพยุโรปผลิต 55.15 ล้านกิโลลิตร ลดลงร้อยละ 5.1 โดยมีส่วนแบ่งตลาดโลกร้อยละ 30.5 จำแนกตามประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนผลิต 42.36 ล้านกิโลลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ซึ่งเป็นปริมาณมากที่สุดในโลก ส่วนญี่ปุ่นผลิต 6 ล้านกิโลลิตร ลดลงร้อนละ 2.2
11. อุตสาหกรรมปศุสัตว์มิยาซากิสูญเสีย 140,000 ล้านเยน (12 สิงหาคม 2553 หน้า 2)
              เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553 จังหวัดมิยาซากิ เปิดเผยตัวเลขการสูญเสียของอุตสาหกรรมปศุสัตว์และผู้ประกอบการเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในจังหวัดมิยาซากิ จากการระบาดโรคปากและเท้าเปื่อย คิดเป็นมูลค่า 140,000 ล้านเยน โดยจะใช้เวลาในการฟื้นฟูประมาณ 5 ปี จังหวัดมิยาซากิ    ประมาณการว่า ความสูญเสียที่เกิดจากการทำลายปศุสัตว์ มูลค่า 82,500 ล้านเยน ความสูญเสียของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เช่น ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์ เป็นต้น   มูลค่า47,800 ล้านเยน และความสูญเสียของผู้ประกอบการแปรรูปเนื้อสัตว์จากการหยุดทำงาน มูลค่า 8,900 ล้านเยน
นอกจากนี้ จากการสำรวจแบบสอบถามต่อผู้ประกอบการต่างๆ 720 ราย ที่เป็นสมาชิกหอการค้าและอุตสาหกรรมจังหวัดมิยาซากิ พบว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยว/โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการขายส่ง/ขายปลีก และผู้ประกอบการขนส่งในจังหวัดมิยาซากิ ได้รับความสูญเสีย คิดเป็นมูลค่า 95,000 ล้านเยน หากรวมมูลค่าความสูญเสียของผู้ประกอบการต่างๆ กับมูลค่าสูญเสียของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ มูลค่า  ความสูญเสีย ทั้งหมดจะเป็น 2,350 ล้านเยน
12. อัตราการพึ่งพาตนเองด้านธัญพืชของญี่ปุ่นร้อยละ 28  (12 สิงหาคม 2553 หน้า 3)
              เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553 กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) เปิดเผยอัตราการพึ่งพาตนเองด้านธัญพืชของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปีงบประมาณ 2550 พบว่า อัตราการพึ่งพาตนเองด้านธัญพืชของญี่ปุ่น ร้อยละ 28 อยู่อันดับที่ 27 จาก 30 ประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและ      การพัฒนา (OECD) แม้ว่าเพิ่มขึ้น 1 point เมื่อเทียบกับรอบที่ผ่านมา (ปี งปม. 2546) และอยู่ในอันดับที่ 27 แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
13. ประชาชนสนใจเรื่องสารเคมีทางการเกษตรและอาหาร ร้อยละ 60 (15 สิงหาคม 2553 หน้า 2)
              เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2553 Cabinet Office (CO) ญี่ปุ่น เปิดเผยผลการสำรวจ Public Opinion Survey on the chemicals in daily lifeสอบถามสารเคมีที่สนใจในชีวิตประจำวัน (โดย Multiple Answer) พบว่า มีผู้สนใจ "สารเคมีทางการเกษตร/ยาฆ่าแมลง/สารป้องกันแมลง" ร้อยละ 61.9 และสนใจ "น้ำดื่ม/อาหาร" ร้อยละ 59.3 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า  ประชาชนสนใจความปลอดภัยอาหารมากขึ้น เพราะมีเหตุการณ์เกี๊ยวซ่าจากจีนที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง
14. MAFF สนับสนุนร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศให้นำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่น (15 สิงหาคม 2553 หน้า 2)
              กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น (MAFF) มีโครงการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมร้านอาหารในต่างประเทศจัดซื้อวัตถุดิบอาหารที่ผลิตในญี่ปุ่นพร้อมกัน ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายการขนส่งได้ MAFF มีจุดประสงค์ขยายการบริโภคสินค้าเกษตรฯ ที่ผลิตในญี่ปุ่นในต่างปรเทศ เพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรฯ จากญี่ปุ่น
MAFF จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าวัตถุดิบอาหารจากญี่ปุ่นพร้อมกัน โดยออกค่าใช้จ่ายContainer และค่าใช้จ่ายเก็บรักษาในญี่ปุ่นและประเทศผู้นำเข้า เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรฯ ญี่ปุ่นสูง
และการนำเข้าโดยบริษัทรรายเดียวจะลำบาก เพราะผู้ประกอบการร้านอาหารในต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก ปีงบประมาณ 2553 เป็นปีแรกของโครงการฯ และอยู่ระหว่างเตรียมการส่งออกไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรวบรวมความต้องการวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นในจีน เพื่อส่งออก
สินค้าเกษตรฯ พร้อมกัน เนื่องจากจากผลการสำรวจโดย Organization to Promote Japanese Restaurant Abroad (JRO) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ ทราบว่า มีความต้องการวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นในจีนมาก
15. ปริมาณจำหน่ายผักผลไม้นำเข้า ณ ตลาดกลางกรุงโตเกียว ก.ค. 53 (15 สิงหาคม 2553 หน้า 3)
              การจำหน่ายผักนำเข้าในตลาดกลางขายส่ง ณ กรุงโตเกียว มีปริมาณ 2,820 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตในประเทศมีน้อย เพราะสภาพอากาศร้อน แต่เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ลดลงร้อยละ 13 จำแนกตามสินค้า แครอท เพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ต้นหอมเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ฟักทองซึ่งนำเข้าจากเมกซิโกเป็นหลัก เพิ่มขึ้น 8.5 ในขณะเดียวกัน กระเทียมและขิงลดลงร้อยละ 7 เนื่องจากความต้องการในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกหลัก เพิ่มขึ้น
              ผลไม้นำเข้า มีปริมาณ 7,192 ตัน ลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา กล้วยลดลงร้อยละ 8 และ Honeydew Melon ลดลงร้อยละ 30 เนื่องจากผลผลิตในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
**************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น